← บทเรียนทั้งหมด

เริ่มต้นรู้จักพระเยซู · บทที่ 13

การเป็นขึ้นจากตาย ความตายพ่ายแพ้ และคนที่ได้เห็นกับตา

อุโมงค์หินที่ว่างเปล่ายามเช้าตรู่ หินก้อนใหญ่ถูกกลิ้งออก มีผ้าพับวางอยู่ข้างใน แสงเช้าส่องเข้ามา

ฟังบทเรียนภาษาไทย

เสียงอ่านจะเริ่มเมื่อคุณกดเล่น

อ่านพระคัมภีร์ก่อน

อ่าน ลูกา 24:1–12 และ 24:36–49 แล้วอ่าน ยอห์น 20:1–29 ปิดท้ายด้วย 1 โครินธ์ 15:1–8 และ 15:17–22

บทที่แล้วจบด้วยความมืด บทนี้เริ่มตอนเช้าตรู่ อ่านแล้วลองสังเกตว่าคนในเรื่องตอบสนองอย่างไร จะเห็นว่าไม่มีใครเชื่อง่าย ๆ เลย

เกิดอะไรขึ้นในบทนี้

อุโมงค์ที่ว่างเปล่า (ลูกา 24:1 ถึง 12) หลังจากพระเยซูตาย เพื่อนของพระองค์นำร่างไปฝังในอุโมงค์ที่เจาะในหิน ปิดด้วยหินก้อนใหญ่ และทางการตั้งทหารยาม วันนั้นเป็นวันศุกร์ เช้าตรู่วันอาทิตย์ ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ติดตามพระเยซูไปที่อุโมงค์เพื่อชโลมร่างด้วยเครื่องหอมตามธรรมเนียม พวกเธอไปเพื่อดูแลคนตาย ไม่ได้ไปเพื่อหาคนเป็น แต่หินถูกกลิ้งออกแล้ว อุโมงค์ว่างเปล่า และมีทูตสวรรค์ถามว่าทำไมหาคนเป็นในที่ของคนตาย พระองค์เป็นขึ้นมาแล้ว อย่างที่พระองค์เคยบอกไว้

ผู้หญิงวิ่งไปบอกสาวก และสาวกไม่เชื่อ (ข้อ 11) คิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหล เปโตรวิ่งไปดูเอง เห็นอุโมงค์ว่าง เห็นผ้าห่อศพวางอยู่ และก็ยังงง สังเกตว่าพระคัมภีร์ไม่ได้วาดภาพสาวกเป็นคนที่พร้อมจะเชื่ออะไรก็ได้ พวกเขาเป็นคนธรรมดาที่รู้ว่าคนตายแล้วไม่กลับมา

และสังเกตด้วยว่าพยานคนแรกเป็นผู้หญิง ในสมัยนั้นคำให้การของผู้หญิงไม่ค่อยมีน้ำหนักในศาล ถ้าใครจะแต่งเรื่องขึ้นมาให้คนเชื่อ จะไม่เริ่มเรื่องแบบนี้ พระคัมภีร์เล่าแบบนี้เพราะมันเกิดขึ้นแบบนี้

ไม่ใช่ผี (ลูกา 24:36 ถึง 49) เย็นวันนั้น พระเยซูมาปรากฏตัวต่อหน้าสาวกที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในห้อง พวกเขาตกใจกลัวและคิดว่าเห็นผี พระเยซูบอกให้ดูมือและเท้าของพระองค์ ให้จับดูได้เลย ผีไม่มีเนื้อและกระดูก แล้วพระองค์ขออาหารและกินปลาต่อหน้าพวกเขา นี่เป็นจุดสำคัญมาก พระเยซูที่กลับมาไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่ความทรงจำที่ยังอยู่ในใจเพื่อน ไม่ใช่นิมิต แต่เป็นร่างกายจริงที่กินได้ จับได้ มีรอยแผลเดิม

โธมัส (ยอห์น 20:19 ถึง 29) สาวกคนหนึ่งชื่อโธมัสไม่อยู่ในห้องคืนนั้น เมื่อเพื่อนเล่าให้ฟัง เขาบอกตรง ๆ ว่าถ้าไม่ได้เห็นรอยตะปูที่มือ และเอานิ้วแตะรอยแผลที่สีข้างด้วยตัวเอง เขาจะไม่เชื่อ หนึ่งสัปดาห์ต่อมาพระเยซูมาอีกครั้ง และหันไปหาโธมัสโดยตรง บอกให้เอานิ้วมาแตะได้เลย โธมัสไม่ต้องแตะแล้ว เขาพูดออกมาว่าพระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของเขา และเป็นพระเจ้าของเขา (ข้อ 28) นี่คือครั้งแรกที่มีคนเรียกพระเยซูว่าพระเจ้าตรง ๆ ต่อหน้าพระองค์ และพระเยซูไม่ได้ห้าม แต่รับ แล้วพระเยซูพูดถึงคนที่ไม่ได้เห็นแต่เชื่อ ว่าเป็นสุข นั่นรวมถึงคุณด้วย

หลักฐานที่เปาโลรวบรวม (1 โครินธ์ 15:1 ถึง 8) เปาโลเขียนจดหมายนี้ประมาณยี่สิบกว่าปีหลังเหตุการณ์ เขาส่งต่อสิ่งที่เขาได้รับมา คือพระคริสต์ตายเพื่อบาปของเรา ถูกฝัง และเป็นขึ้นมาในวันที่สาม ตามที่พระคัมภีร์บอกไว้ล่วงหน้า แล้วเขาไล่รายชื่อคนที่เห็นพระเยซูหลังจากนั้น เปโตร สาวกทั้งกลุ่ม คนมากกว่าห้าร้อยคนในครั้งเดียว ยากอบน้องของพระเยซูที่เคยไม่เชื่อ และตัวเปาโลเองซึ่งเคยไล่ล่าคริสเตียน แล้วเขาเพิ่มว่าหลายคนในกลุ่มนี้ยังมีชีวิตอยู่ ไปถามได้ นี่คือคำพูดของคนที่มั่นใจว่าเรื่องนี้ตรวจสอบได้

ถ้าพระเยซูไม่ได้เป็นขึ้นมา (15:17 ถึง 22) เปาโลพูดตรงมาก ถ้าพระคริสต์ไม่ได้เป็นขึ้นจากตาย ความเชื่อของคริสเตียนก็ไร้ค่า บาปก็ยังอยู่ และคนที่ตายไปก็สูญสิ้น เขาไม่ได้บอกว่าเชื่อไว้ก่อนเพื่อความสบายใจ เขาบอกว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ แล้วเขาบอกว่ามันจริง และพระเยซูเป็นผลแรก เหมือนผลไม้ลูกแรกของฤดูที่บอกว่าผลอื่น ๆ กำลังจะตามมา ความตายเข้ามาทางอาดัม ชีวิตกลับมาทางพระคริสต์

สิ่งนี้ชี้ไปที่พระเยซูอย่างไร

  • หัวงูถูกเหยียบ ในปฐมกาล 3:15 พระเจ้าสัญญาว่าลูกหลานของผู้หญิงจะถูกกัดที่ส้นเท้า แต่จะเหยียบหัวงูจนแหลก กางเขนคือการถูกกัด เช้าวันอาทิตย์คือการเหยียบ ความตายที่เข้ามาในโลกในปฐมกาล 3 แพ้แล้ว ซาตานยังอยู่ แต่อาวุธสุดท้ายของมันหมดอำนาจ (ฮีบรู 2:14–15)
  • สำเร็จแล้ว ได้รับการยืนยัน ถ้าพระเยซูตายแล้วไม่กลับมา คำว่าสำเร็จแล้วก็เป็นแค่คำพูดของคนที่กำลังจะตาย แต่การเป็นขึ้นมาคือพระเจ้าบอกว่าพระองค์รับเครื่องบูชานั้นแล้ว หนี้จ่ายครบจริง เหมือนใบเสร็จที่ประทับตรา (โรม 4:25)
  • ไม่ใช่การเกิดใหม่ แต่เป็นคนเดิมที่ฟื้นขึ้นมา นี่คือจุดที่อยากให้คุณหยุดคิด ในความคิดเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด คนที่ตายไปจะไปเกิดเป็นคนใหม่ ร่างใหม่ จำอะไรไม่ได้ และยังอยู่ในวงจรที่ต้องตายอีก แต่พระเยซูไม่ได้ไปเกิดใหม่เป็นใคร พระองค์กลับมาเป็นพระเยซูคนเดิม จำสาวกได้ มีรอยแผลเดิม กินข้าวด้วยกันเหมือนเดิม แต่ร่างกายของพระองค์เปลี่ยนใหม่ ไม่เจ็บป่วย ไม่แก่ และไม่ตายอีก และพระคัมภีร์บอกว่านี่คือสิ่งที่รอคนที่เชื่อในพระองค์ด้วย ไม่ใช่การหลุดพ้นจากการมีตัวตน แต่เป็นการได้เป็นตัวเองอย่างสมบูรณ์ อยู่กับพระเจ้าตลอดไป
  • เรื่องที่มีคนเห็นกับตา คริสเตียนไม่ได้เชื่อเรื่องนี้เพราะเป็นคำสอนที่ไพเราะ แต่เพราะมีคนเห็น จับ และกินข้าวกับพระองค์ และหลายคนในพวกนั้นยอมตายในภายหลังเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เห็นเป็นเรื่องจริง คนไม่ยอมตายเพื่อเรื่องที่รู้ว่าตัวเองแต่งขึ้น

คำที่ควรรู้ในบทนี้

คำว่า เป็นขึ้นจากตาย หรือ ทรงเป็นขึ้นมา ในพระคัมภีร์ของคุณ หมายถึงการที่คนที่ตายแล้วจริง ๆ กลับมามีชีวิตด้วยร่างกายใหม่ที่ไม่ตายอีก ไม่ใช่ฟื้นจากสลบ ไม่ใช่ผี และไม่ใช่การไปเกิดใหม่ในร่างอื่น ภาษาไทยไม่มีคำนี้มาก่อน เพราะไม่มีเรื่องแบบนี้มาก่อน

คำว่า องค์พระผู้เป็นเจ้า ที่โธมัสใช้เรียกพระเยซู เป็นคำที่พันธสัญญาเดิมใช้เรียกพระเจ้า การที่โธมัสใช้คำนี้กับพระเยซู คือการบอกว่าพระเยซูคือพระเจ้า

คำว่า ผลแรก คือผลไม้ลูกแรกที่สุกในฤดู ชาวสวนเห็นแล้วรู้ว่าทั้งสวนกำลังจะตามมา เปาโลใช้ภาพนี้บอกว่าการเป็นขึ้นมาของพระเยซูไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยว แต่เป็นลูกแรกของสิ่งที่จะเกิดกับทุกคนที่เป็นของพระองค์

ใคร่ครวญ

  1. สาวกเองก็ไม่เชื่อตอนแรก และโธมัสขอหลักฐาน คุณคิดว่าพระเยซูรู้สึกอย่างไรกับคนที่สงสัย คุณมีคำถามอะไรที่อยากถามแบบโธมัสไหม
  2. เปาโลบอกว่าถ้าพระเยซูไม่ได้เป็นขึ้นมา ทุกอย่างก็ไร้ค่า คุณคิดว่าเขากล้าพูดแบบนั้นเพราะอะไร
  3. การเป็นขึ้นจากตายต่างจากการเกิดใหม่ตรงที่พระเยซูยังเป็นคนเดิม ความคิดที่ว่าคุณจะยังเป็นคุณ แต่สมบูรณ์และอยู่กับพระเจ้าตลอดไป ทำให้คุณรู้สึกอย่างไร

อธิษฐาน

“พระเยซู ถ้าพระองค์เป็นขึ้นจากตายจริง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด ฉันเป็นเหมือนโธมัส อยากเห็นก่อนจึงจะเชื่อ แต่พระองค์บอกว่าคนที่ไม่เห็นแต่เชื่อก็เป็นสุข ขอช่วยฉันให้เชื่อได้ และขอให้ฉันรู้ว่าความตายไม่ใช่จุดจบ อาเมน”