เริ่มต้นรู้จักพระเยซู · บทที่ 14
การตอบสนอง กลับใจ เชื่อ และเริ่มเดินกับพระเจ้า

ฟังบทเรียนภาษาไทย
เสียงอ่านจะเริ่มเมื่อคุณกดเล่น
อ่านพระคัมภีร์ก่อน
อ่าน กิจการ 2:36–42 แล้ว โรม 10:9–13 และ เอเฟซัส 2:1–10 ปิดท้ายด้วย ยอห์น 1:12 และ มัทธิว 6:9–13
นี่คือบทสุดท้ายของเส้นทาง บทก่อน ๆ เล่าว่าพระเจ้าทำอะไร บทนี้พูดถึงสิ่งที่เหลืออยู่ คือเราจะตอบอย่างไร และคำถามนี้เป็นคำถามสำหรับวันนี้
เกิดอะไรขึ้นในบทนี้
คำถามแรกของคนที่ได้ยินข่าว (กิจการ 2:36 ถึง 42) หลังจากพระเยซูเป็นขึ้นจากตาย พระองค์อยู่กับสาวกอีกสี่สิบวัน แล้วกลับไปหาพระบิดา และส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์มาอยู่กับพวกเขาตามที่สัญญา วันนั้นเปโตร คนเดียวกับที่เคยปฏิเสธพระเยซูด้วยความกลัว ยืนขึ้นกลางเยรูซาเล็มและเล่าเรื่องทั้งหมดให้คนหลายพันคนฟัง จบด้วยประโยคที่หนักว่า พระเยซูที่พวกเขาตรึง พระเจ้าได้ให้เป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระคริสต์
คนฟังรู้สึกเสียดแทงใจ และถามคำถามที่ตรงที่สุดในพระคัมภีร์ว่า แล้วพวกเราควรทำอย่างไร (ข้อ 37) เปโตรตอบว่า กลับใจ และรับบัพติศมาในนามของพระเยซู เพื่อบาปจะได้รับการอภัย และพวกเขาจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันนั้นมีคนประมาณสามพันคนตอบรับ และข้อ 42 บอกว่าหลังจากนั้นพวกเขาทำอะไร คือเรียนคำสอน อยู่ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน และอธิษฐานด้วยกัน การตอบรับพระเยซูไม่ได้จบที่การตัดสินใจคนเดียว แต่เริ่มชีวิตใหม่ร่วมกับคนอื่น
เปาโลสรุปสั้น ๆ (โรม 10:9 ถึง 13) เปาโลสรุปสิ่งที่ต้องทำไว้ในประโยคเดียว ถ้าเรายอมรับด้วยปากว่าพระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในใจว่าพระเจ้าให้พระองค์เป็นขึ้นจากตาย เราก็จะรอด สองอย่างนี้ไปด้วยกัน ใจที่ไว้ใจ และปากที่กล้าพูดออกมา และเขาย้ำว่าข้อเสนอนี้ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าชาติไหน ภูมิหลังแบบไหน ทุกคนที่ร้องเรียกพระองค์จะรอด (ข้อ 13) ไม่มีคำว่า ยกเว้นคนที่โตมาแบบคุณ
ของขวัญก่อน แล้วชีวิตใหม่ตามมา (เอเฟซัส 2:1 ถึง 10) เปาโลอธิบายว่าก่อนหน้านี้เราเหมือนคนตายในเรื่องของพระเจ้า ไม่ใช่แค่ป่วย แต่ตาย คนตายช่วยตัวเองไม่ได้ แล้วพระเจ้าซึ่งเต็มไปด้วยความรัก ทำให้เรามีชีวิตร่วมกับพระคริสต์ แล้วข้อ 8 ถึง 9 คือหัวใจของทั้งเล่ม เรารอดโดยพระคุณ ผ่านทางความเชื่อ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เราทำ มันเป็นของขวัญ และพระเจ้าตั้งใจให้เป็นของขวัญเพื่อจะไม่มีใครอวดได้ว่าตัวเองทำสำเร็จ
แต่อย่าหยุดอ่านที่ข้อ 9 ข้อ 10 บอกต่อว่าพระเจ้าสร้างเราใหม่เพื่อให้ทำความดี ลำดับสำคัญมาก ไม่ใช่ทำดีเพื่อจะได้รอด แต่รอดแล้วจึงทำดี เหมือนลูกชายในเรื่องของพระเยซูที่ไม่ได้ทำงานเพื่อซื้อทางกลับบ้าน แต่เมื่อกลับบ้านแล้วก็ใช้ชีวิตแบบลูก ความดีเป็นผลของต้นไม้ ไม่ใช่ราคาค่าปลูก
เป็นลูก และเรียกว่าพ่อ (ยอห์น 1:12 และ มัทธิว 6:9 ถึง 13) ยอห์นบอกว่าทุกคนที่รับพระเยซูและเชื่อในพระองค์ พระเจ้าให้สิทธิ์เป็นลูกของพระเจ้า ไม่ใช่ลูกจ้าง ไม่ใช่ผู้ติดตามที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง แต่เป็นลูก และพระเยซูสอนให้เราอธิษฐานโดยเริ่มด้วยคำว่า พระบิดา คือพ่อ แล้วพูดเรื่องธรรมดา ๆ ขอให้แผ่นดินของพระเจ้ามา ขออาหารวันนี้ ขออภัย ขอให้พ้นจากสิ่งชั่ว คำอธิษฐานนี้ไม่ใช่บทสวดที่ต้องท่องให้ถูก แต่เป็นตัวอย่างว่าลูกคุยกับพ่ออย่างไร
สิ่งนี้ชี้ไปที่พระเยซูอย่างไร
ทางทั้งเส้นที่คุณเดินมา ตั้งแต่สวนเอเดนจนถึงอุโมงค์ที่ว่างเปล่า จบลงที่คำถามเดียว คือคุณจะตอบพระเยซูอย่างไร และอยากให้ชัดว่าคำถามนี้หมายถึงอะไร และไม่หมายถึงอะไร
- ไม่ใช่การเปลี่ยนชาติหรือเปลี่ยนวัฒนธรรม การตอบรับพระเยซูไม่ได้แปลว่าต้องเลิกเป็นคนไทย เลิกรักครอบครัว หรือดูถูกสิ่งที่พ่อแม่สอนมา คนไทยที่เชื่อพระเยซูยังเป็นคนไทยเต็มตัว ยังกตัญญูต่อพ่อแม่ ยังรักบ้านเกิด สิ่งที่เปลี่ยนคือมีคนคนหนึ่งเป็นศูนย์กลางของชีวิตแทนที่ตัวเอง คือพระเยซู
- ไม่ใช่การทำตัวให้ดีพอก่อน โจรบนกางเขนมาด้วยมือเปล่า คนสามพันคนในกิจการ 2 เพิ่งจะอยู่ในเมืองที่ตะโกนให้ตรึงพระเยซูเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน เปาโลเองเคยไล่ล่าคริสเตียน ไม่มีใครในพระคัมภีร์ที่มาหาพระเยซูเพราะพร้อมแล้ว ทุกคนมาเพราะต้องการพระองค์
- คือการไว้ใจคนคนหนึ่ง หัวใจของเรื่องนี้ไม่ใช่การเห็นด้วยกับหลักคำสอนทุกข้อ หรือเข้าใจทุกอย่างก่อน แต่คือการหันมาไว้ใจพระเยซู ว่าพระองค์เป็นใครอย่างที่พระองค์บอก และสิ่งที่พระองค์ทำบนกางเขนนั้นเพื่อคุณ แล้วยอมให้พระองค์เป็นเจ้าของชีวิต เหมือนมองงูบนเสา เหมือนนั่งอยู่ในบ้านที่มีเลือดบนประตู
- และคำเชิญนี้เป็นของวันนี้ พระเยซูเริ่มงานของพระองค์ด้วยคำประกาศว่า เวลามาถึงแล้ว แผ่นดินของพระเจ้ามาใกล้แล้ว จงกลับใจและเชื่อข่าวประเสริฐ (มาระโก 1:15 ที่เราอ่านในบทที่ 11) เปาโลเขียนว่าเวลาที่พระเจ้าโปรดปรานคือเวลานี้ วันแห่งความรอดคือวันนี้ (2 โครินธ์ 6:2) และพระคัมภีร์เตือนว่า ถ้าวันนี้คุณได้ยินเสียงของพระองค์ อย่าทำใจแข็งกระด้าง (ฮีบรู 3:15)
- เพราะเวลาไม่ได้อยู่ในมือเรา ไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ชีวิตเราเหมือนหมอกที่ปรากฏอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็จางไป (ยากอบ 4:14) เวลาอยู่ในมือพระเจ้า ไม่ใช่ในมือเรา และสำหรับบางคน พรุ่งนี้อาจไม่มาถึง โจรบนกางเขนไม่มีพรุ่งนี้ คนสามพันคนในกิจการ 2 ไม่ได้กลับบ้านไปคิดอีกหลายปี พวกเขาตอบในวันเดียวกับที่ได้ยิน ถ้าพระเจ้ายังไม่ได้ให้ทุกอย่างจบลงวันนี้ ไม่ใช่เพราะพระองค์ช้า แต่เพราะพระองค์อดทน ไม่อยากให้ใครพินาศ อยากให้ทุกคนกลับใจ (2 เปโตร 3:9) ความอดทนของพระองค์คือเวลาที่ให้เราหันกลับมา ไม่ใช่เวลาให้เลื่อนออกไป
- อย่ารอ คุณไม่ต้องเข้าใจทุกอย่างก่อน คำถามที่ยังมีอยู่ นำมาหาพระองค์ได้เลย แต่อย่าเลื่อนการตอบออกไป พระเจ้าเตือนเรื่องนี้เพราะรัก ไม่ใช่เพื่อขู่ ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้และรู้ในใจว่าเรื่องนี้จริง วันนี้คือวันที่จะตอบ พูดกับพระเจ้าตอนนี้เลย ด้วยคำพูดของคุณเอง หรือใช้คำอธิษฐานท้ายบทนี้
ถ้าคุณตอบรับวันนี้ ขั้นต่อไปง่าย ๆ มีสี่อย่าง
- บอกคนที่กำลังเดินเรื่องนี้กับคุณ เขาจะดีใจมาก และจะช่วยคุณหาคริสตจักรที่พูดภาษาไทยเพื่อเดินต่อไปด้วยกัน
- อ่านพระคัมภีร์ต่อทุกวัน แนะนำให้เริ่มจากหนังสือลูกาหรือยอห์นทั้งเล่ม ทีละบท ไม่ต้องรีบ
- อธิษฐานทุกวัน พูดกับพระเจ้าง่าย ๆ เหมือนลูกคุยกับพ่อ ขอบคุณ ขอความช่วยเหลือ สารภาพ เล่าให้ฟัง
- ถามทุกคำถามที่มี ไม่มีคำถามไหนโง่ ใช้กล่องคำถามในแอปนี้ หรือถามคนที่เดินกับคุณ
คำที่ควรรู้ในบทนี้
คำว่า บัพติศมา คือการจุ่มตัวลงในน้ำต่อหน้าคนอื่น เพื่อประกาศว่าเราเชื่อในพระเยซูและเริ่มชีวิตใหม่กับพระองค์ ไม่ใช่พิธีที่ทำให้รอด แต่เป็นการประกาศความเชื่อที่มีอยู่แล้ว เหมือนงานแต่งงานประกาศความรักที่มีอยู่ก่อน ปกติทำที่คริสตจักร โดยมีคนที่เชื่ออยู่ด้วย
คำว่า คริสตจักร ไม่ได้หมายถึงอาคาร แต่หมายถึงกลุ่มคนที่เชื่อในพระเยซูและมาอยู่ด้วยกัน เรียนพระคัมภีร์ อธิษฐาน ร้องเพลง และดูแลกัน เหมือนคนในกิจการ 2:42 ในประเทศไทยมีคริสตจักรที่พูดภาษาไทยอยู่แทบทุกจังหวัด
คำว่า ลูกของพระเจ้า หรือ บุตรของพระเจ้า เมื่อใช้กับคนที่เชื่อ หมายถึงความสัมพันธ์ใหม่ที่พระเจ้าให้ ไม่ใช่ว่าเรากลายเป็นพระเจ้า แต่เราได้เป็นลูกในบ้านของพระองค์ มีสิทธิ์เรียกพระองค์ว่าพ่อ
ใคร่ครวญ
- คนในกิจการ 2 ถามว่า แล้วเราควรทำอย่างไร และตอบในวันนั้นเลย ถ้าคุณถามคำถามเดียวกันนี้กับพระเจ้าวันนี้ คำตอบสำหรับคุณคืออะไร และอะไรที่ยังทำให้คุณลังเล
- เอเฟซัส 2:8 ถึง 10 บอกว่าความรอดเป็นของขวัญ และความดีเป็นผลที่ตามมา ลำดับนี้ต่างจากที่คุณเคยคิดไหม ถ้าต่าง ตรงไหนที่ยากที่สุดที่จะยอมรับ
- มองย้อนกลับไปตลอดสิบสี่บท บทไหนหรือภาพไหนที่ติดอยู่ในใจคุณมากที่สุด และคุณคิดว่าทำไม
อธิษฐาน
“พระเจ้า ฉันเข้าใจแล้วว่าฉันหันหลังให้พระองค์ และฉันทำให้ตัวเองสะอาดเองไม่ได้ ขอบคุณที่พระเยซูตายแทนฉันและเป็นขึ้นจากตาย ฉันขอหันกลับมาหาพระองค์ ฉันเชื่อในพระเยซู และขอให้พระองค์เป็นเจ้าของชีวิตของฉันตั้งแต่วันนี้ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์มาอยู่กับฉัน และสอนฉันให้เดินกับพระองค์ อาเมน”