เริ่มต้นรู้จักพระเยซู · บทที่ 3
คาอิน อาเบล และโนอาห์ เครื่องบูชาที่พระเจ้ารับ และการช่วยกู้ผ่านเรือลำเดียว

ฟังบทเรียนภาษาไทย
เสียงอ่านจะเริ่มเมื่อคุณกดเล่น
อ่านพระคัมภีร์ก่อน
อ่าน ปฐมกาล 4:1–16 เรื่องคาอินกับอาเบลก่อน แล้วอ่าน ปฐมกาล 6:5–22 และ 7:17–23 เรื่องน้ำท่วม ปิดท้ายด้วย 8:20–22 และ 9:8–17
ตอนน้ำท่วมมีรายละเอียดเรื่องขนาดเรือและจำนวนวันเยอะ ไม่ต้องจำ ให้สังเกตแค่สองอย่าง คือพระเจ้ามองความชั่วของมนุษย์อย่างไร และพระเจ้าจัดเตรียมทางรอดไว้อย่างไร
เกิดอะไรขึ้นในบทนี้
พี่น้องสองคนกับของถวายสองอย่าง (4:1 ถึง 7) อาดัมกับเอวาออกจากสวนมาแล้ว และมีลูกชายสองคน คาอินเป็นพี่ ทำไร่ อาเบลเป็นน้อง เลี้ยงแกะ วันหนึ่งทั้งคู่นำของมาถวายพระเจ้า คาอินนำพืชผลจากไร่ อาเบลนำลูกสัตว์ตัวแรกที่เกิดในฝูง และเลือกส่วนที่ดีที่สุด พระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้ารับของอาเบล แต่ไม่รับของคาอิน
หลายคนอ่านแล้วสงสัยว่าทำไม พืชผลไม่ดีตรงไหน พันธสัญญาใหม่ช่วยตอบ (ฮีบรู 11:4) อาเบลถวายด้วยความเชื่อ คือเขานำของมาด้วยใจที่ไว้ใจพระเจ้า ไม่ใช่เพื่อแลกอะไร ส่วนปัญหาของคาอินไม่ได้อยู่ที่ของ แต่อยู่ที่ใจ สังเกตว่าตอนพระเจ้าพูดกับคาอิน (ข้อ 6 ถึง 7) พระเจ้าไม่ได้ติเรื่องพืชผลเลย แต่เตือนเรื่องความโกรธ และเรื่องบาปที่กำลังรอจะครอบงำเขา และสังเกตอีกอย่าง ของถวายของอาเบลเป็นสัตว์ที่ต้องตาย มีเลือด เหมือนเสื้อหนังสัตว์ในบทที่แล้ว ภาพนี้จะกลับมาอีกเรื่อย ๆ
การฆ่าครั้งแรก (4:8 ถึง 16) คาอินไม่ฟังคำเตือน เขาพาน้องออกไปที่ทุ่ง แล้วฆ่าน้องของตัวเอง นี่คือมนุษย์รุ่นที่สองเท่านั้น บาปที่เริ่มจากการกินผลไม้ในสวน ตอนนี้กลายเป็นเลือดบนพื้นดิน เมื่อพระเจ้าถามว่าน้องอยู่ไหน คาอินโกหกและทำเป็นไม่รู้ เหมือนพ่อแม่ของเขาที่ซ่อนตัวและโทษกันในบทที่ 3 พระเจ้าบอกว่าเลือดของอาเบลร้องขึ้นมาจากพื้นดินถึงพระองค์ (ข้อ 10) คือความไม่ยุติธรรมนี้พระเจ้าเห็น และพระองค์ไม่เฉย คาอินถูกลงโทษให้ต้องระหกระเหิน แต่แม้ตรงนี้พระเจ้าก็ยังทำเครื่องหมายปกป้องชีวิตของเขาไว้ (ข้อ 15) การลงโทษของพระเจ้ามีความเมตตาปนอยู่เสมอ
โลกที่เต็มไปด้วยความชั่ว (6:5 ถึง 22) ข้ามมาหลายชั่วอายุคน บาปไม่ได้ลดลง แต่แพร่ไปทั่ว ปฐมกาล 6:5 บอกว่าพระเจ้าเห็นว่าความคิดในใจของมนุษย์ชั่วอยู่ตลอดเวลา และพระองค์เสียใจ (ข้อ 6) ไม่ใช่ความโกรธแบบอารมณ์ร้าย แต่เป็นความเศร้าเหมือนพ่อที่เห็นลูกทำลายตัวเอง พระเจ้าตัดสินใจพิพากษาโลกด้วยน้ำท่วม แต่ท่ามกลางคนทั้งโลก มีชายคนหนึ่งชื่อโนอาห์ที่เดินกับพระเจ้า พระเจ้าบอกแผนทั้งหมดให้เขารู้ล่วงหน้า และสั่งให้เขาสร้างเรือใหญ่ลำหนึ่ง
สังเกตว่าพระเจ้าเป็นผู้บอกขนาด บอกวัสดุ บอกทุกอย่าง โนอาห์ไม่ได้คิดวิธีรอดขึ้นมาเอง เขาแค่เชื่อและทำตาม ทั้งที่ยังไม่เห็นฝนสักหยด (ฮีบรู 11:7 พูดถึงความเชื่อตรงนี้)
น้ำท่วมและเรือลำเดียว (7:17 ถึง 23) น้ำท่วมมาจริง ทุกชีวิตบนแผ่นดินตาย ยกเว้นคนและสัตว์ที่อยู่ในเรือ อยากให้คุณสังเกตว่าเรือมีลำเดียว และมีประตูเดียว (6:16) ไม่มีทางรอดทางอื่น ไม่มีใครรอดเพราะว่ายน้ำเก่ง หรือเพราะเป็นคนดีกว่าเพื่อนบ้าน ทุกคนที่รอด รอดเพราะอยู่ข้างในเรือที่พระเจ้าออกแบบ และปฐมกาล 7:16 บอกว่า พระเจ้าเองเป็นผู้ปิดประตูให้
เครื่องบูชาและรุ้ง (8:20 ถึง 22 และ 9:8 ถึง 17) เมื่อน้ำลด สิ่งแรกที่โนอาห์ทำเมื่อเหยียบแผ่นดินคือสร้างแท่นบูชาและถวายสัตว์ อีกครั้งที่มีชีวิตหนึ่งตายต่อหน้าพระเจ้า พระเจ้ารับ และทำพันธสัญญากับโนอาห์และกับทุกชีวิตบนโลกว่าจะไม่ทำลายโลกด้วยน้ำท่วมอีก พระองค์ตั้งรุ้งไว้บนฟ้าเป็นเครื่องหมาย สังเกตว่ารุ้งไม่ได้มีไว้เตือนเรา แต่พระเจ้าบอกว่าเมื่อพระองค์เห็นรุ้ง พระองค์จะระลึกถึงพันธสัญญาของพระองค์เอง (9:15 ถึง 16) พระเจ้าผูกมัดตัวเองด้วยคำสัญญา
สิ่งนี้ชี้ไปที่พระเยซูอย่างไร
- เลือดสองแบบ เลือดของอาเบลร้องจากพื้นดินขอความยุติธรรม นั่นถูกต้องและสมควร แต่หนังสือฮีบรูบอกว่าเลือดของพระเยซูพูดสิ่งที่ดีกว่า (ฮีบรู 12:24) คือไม่ได้ร้องขอให้ลงโทษคนผิด แต่ร้องขอการอภัยให้คนผิด อาเบลเป็นคนบริสุทธิ์ที่ถูกพี่ชายฆ่า พระเยซูเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกคนที่พระองค์มาช่วยฆ่า แต่พระองค์ตายเพื่อพวกเขา
- ทางรอดทางเดียวที่พระเจ้าจัดเตรียม เรือลำเดียว ประตูเดียว พระเจ้าออกแบบเอง พระเจ้าปิดประตูเอง พระเยซูพูดถึงตัวเองในแบบเดียวกัน พระองค์บอกว่าพระองค์เป็นทางนั้น และไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากผ่านทางพระองค์ (ยอห์น 14:6) อีกตอนหนึ่งพระองค์บอกว่าพระองค์เป็นประตู (ยอห์น 10:9) ฟังดูแคบ แต่ลองนึกถึงน้ำท่วม ประตูเดียวที่เปิดอยู่ไม่ใช่ความใจแคบ แต่คือความเมตตา เพราะเปิดให้ทุกคนที่ยอมเข้ามา
- น้ำท่วมกับบัพติศมา เปโตร สาวกของพระเยซู เขียนว่าน้ำท่วมเป็นภาพของบัพติศมา (1 เปโตร 3:20–21) น้ำเดียวกันที่พิพากษาโลก ก็เป็นน้ำที่พยุงเรือให้ลอยอยู่ คนที่อยู่ในพระเยซูผ่านการพิพากษาไปได้อย่างปลอดภัย ไม่ใช่เพราะหนีน้ำได้ แต่เพราะอยู่ในเรือ
- พระเจ้าที่พิพากษาและช่วยกู้ในเวลาเดียวกัน ในเรื่องนี้พระเจ้าไม่ได้มองข้ามความชั่ว แต่ก็ไม่ได้ทิ้งมนุษย์ ทั้งสองอย่างนี้จะมาบรรจบกันบนกางเขน ที่ซึ่งบาปถูกจัดการจริง ๆ และคนบาปได้รับการช่วยกู้จริง ๆ ในเหตุการณ์เดียว
คำที่ควรรู้ในบทนี้
คำว่า เครื่องบูชา และ แท่นบูชา จะเจอบ่อยตั้งแต่บทนี้เป็นต้นไป ในพระคัมภีร์ เครื่องบูชาไม่ใช่การเอาของไปแลกบุญหรือเอาใจพระเจ้า แต่เป็นภาพที่พระเจ้าให้ไว้ล่วงหน้า เพื่อสอนว่าบาปมีราคาคือชีวิต และวันหนึ่งพระองค์จะจ่ายราคานั้นเอง ถ้าคุณคุ้นกับการถวายของที่วัด ลองสังเกตว่าในเรื่องนี้พระเจ้าไม่ได้สนใจของเลย แต่สนใจใจของคนที่ถวาย
คำว่า พันธสัญญา แปลง่าย ๆ ว่า ข้อตกลงที่ผูกมัด แต่พันธสัญญาของพระเจ้าต่างจากสัญญาระหว่างคน ตรงที่พระเจ้าเป็นฝ่ายเริ่มเอง และผูกมัดตัวพระองค์เองก่อน รุ้งเป็นตัวอย่างแรก พระคัมภีร์สองส่วนที่ชื่อว่า พันธสัญญาเดิม กับ พันธสัญญาใหม่ ก็มาจากคำนี้
เมื่อคุณเห็นคำว่า พระองค์ ในพระคัมภีร์ ส่วนใหญ่หมายถึงพระเจ้า เป็นสรรพนามแบบเดียวกับ ท่าน หรือ เขา แต่ยกให้สูงสุด ลองแทนในใจว่า พระเจ้า ทุกครั้งที่เจอ ประโยคจะอ่านง่ายขึ้น
ใคร่ครวญ
- พระเจ้าเตือนคาอินก่อนที่เขาจะทำผิด (4:6 ถึง 7) คุณเคยรู้สึกไหมว่ามีอะไรบางอย่างเตือนคุณก่อนที่คุณจะตัดสินใจผิด คุณคิดว่าเสียงนั้นมาจากไหน
- โนอาห์ต่อเรืออยู่หลายปีโดยยังไม่เห็นฝน ความเชื่อแบบนี้เหมือนหรือต่างจากความเชื่อที่คุณคุ้นเคยอย่างไร
- ทุกคนในเรือรอดเพราะเรือ ไม่ใช่เพราะตัวเอง ความคิดนี้ทำให้คุณสบายใจหรืออึดอัด ทำไม
อธิษฐาน
“พระเจ้า ฉันเห็นแล้วว่าบาปแพร่เร็วและไปไกลกว่าที่คิด ขอบคุณที่พระองค์ไม่ได้มองข้ามความชั่ว แต่ก็ไม่ได้ทิ้งมนุษย์ ขอให้ฉันเข้าใจว่าเรือที่พระองค์เตรียมไว้สำหรับฉันคืออะไร อาเมน”