← บทเรียนทั้งหมด

เริ่มต้นรู้จักพระเยซู · บทที่ 8

ดาวิด กษัตริย์ที่พระเจ้าสัญญา และบทเพลงที่เล่าถึงกางเขนล่วงหน้า

ไม้เท้าคนเลี้ยงแกะกับพิณเล็ก ๆ วางอยู่ริมลำธารในทุ่งหญ้าเขียว มีหุบเขามืดอยู่ไกล ๆ

ฟังบทเรียนภาษาไทย

เสียงอ่านจะเริ่มเมื่อคุณกดเล่น

อ่านพระคัมภีร์ก่อน

อ่าน 2 ซามูเอล 7:8–16 แล้วอ่าน สดุดี 22:1–18 ช้า ๆ และปิดท้ายด้วย สดุดี 23 ซึ่งเป็นบทที่คนทั่วโลกรักมากที่สุดบทหนึ่ง

เราข้ามเวลามาประมาณสี่ร้อยปีจากบทที่แล้ว คนอิสราเอลเข้าไปอยู่ในแผ่นดินที่พระเจ้าสัญญาไว้แล้ว และตอนนี้มีกษัตริย์ ดาวิดเป็นกษัตริย์คนที่สอง เริ่มจากเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ลูกคนสุดท้องที่ไม่มีใครนับ แต่พระเจ้าเลือกเขา

เกิดอะไรขึ้นในบทนี้

พระสัญญากับดาวิด (2 ซามูเอล 7:8 ถึง 16) ดาวิดเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิสราเอล เมื่อเขาตั้งหลักได้แล้ว เขาอยากสร้างบ้านให้พระเจ้า คือพระวิหาร แต่พระเจ้าส่งผู้เผยพระวจนะชื่อนาธันมาบอกว่า กลับกัน พระเจ้าต่างหากที่จะสร้างบ้านให้ดาวิด แต่บ้านในความหมายของพระเจ้าไม่ใช่อาคาร แต่คือราชวงศ์ สายของลูกหลานที่จะครองต่อจากเขา

พระเจ้าสัญญาว่าจะมีลูกหลานของดาวิดคนหนึ่ง ที่พระเจ้าจะเป็นพ่อให้ และราชบัลลังก์ของเขาจะมั่นคงตลอดไป (ข้อ 12 ถึง 16) ลองคิดดู กษัตริย์มนุษย์ทุกคนตาย ราชวงศ์ทุกราชวงศ์ล้มไปในที่สุด แต่พระเจ้าพูดว่าตลอดไป คำนี้เป็นไปไม่ได้สำหรับกษัตริย์ธรรมดา เว้นแต่จะมีกษัตริย์ที่ไม่ตาย ตั้งแต่วันนั้น คนอิสราเอลเริ่มรอคอยกษัตริย์คนนี้ และเรียกเขาว่า ผู้ที่พระเจ้าเจิมไว้ ภาษาฮีบรูว่า เมสสิยาห์ ภาษากรีกว่า คริสต์

สังเกตด้วยว่าพระสัญญานี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความดีของดาวิด ดาวิดทำผิดร้ายแรงในภายหลัง (เรื่องอยู่ใน 2 ซามูเอล 11) แต่พระเจ้าไม่ได้ยกเลิกสัญญา เพราะสัญญานี้ตั้งอยู่บนความสัตย์ซื่อของพระเจ้า ไม่ใช่ของมนุษย์ เหมือนรุ้งของโนอาห์ และเหมือนดาวบนฟ้าของอับราฮัม

บทเพลงที่เล่าถึงกางเขนล่วงหน้า (สดุดี 22:1 ถึง 18) ดาวิดเขียนบทเพลงไว้มากมาย รวมอยู่ในหนังสือสดุดี สดุดี 22 เป็นบทที่แปลกและเจ็บปวด เริ่มต้นด้วยคนที่ร้องถามพระเจ้าว่าทำไมพระองค์ทอดทิ้งเขา แล้วเล่าต่อว่าเขาถูกคนรอบข้างเยาะเย้ย สั่นหัวใส่ บอกว่าถ้าพระเจ้ารักเขาจริงก็ให้พระเจ้าช่วยสิ เขากระหายน้ำจนลิ้นติดเพดานปาก มือและเท้าถูกทำร้าย กระดูกถูกดึงจนหลุด คนที่อยู่ตรงนั้นจ้องดูเขา และเอาเสื้อผ้าของเขาไปจับฉลากแบ่งกัน

ดาวิดเขียนเรื่องนี้ประมาณหนึ่งพันปีก่อนพระเยซูเกิด และสิ่งที่น่าคิดคือ ไม่มีเหตุการณ์ไหนในชีวิตของดาวิดที่ตรงกับบทนี้ทั้งหมด เขาไม่ได้ถูกตรึง ไม่มีใครจับฉลากแบ่งเสื้อของเขา การตรึงบนไม้กางเขนยังไม่มีในสมัยนั้นด้วยซ้ำ เหมือนดาวิดกำลังมองเห็นอะไรบางอย่างที่ไกลเกินชีวิตของตัวเอง

และอยากให้คุณสังเกตว่าบทนี้ไม่ได้จบที่ความมืด ถ้าอ่านต่อถึงท้ายบท (ข้อ 22 ถึง 31) จะเห็นว่ามันพลิกเป็นการสรรเสริญ และบอกว่าทุกชาติทั่วโลกจะหันมาหาพระเจ้า เพราะสิ่งที่พระองค์ทำ

ผู้เลี้ยงแกะ (สดุดี 23) จากความมืดของบทที่ 22 บทถัดไปเป็นภาพที่อบอุ่นที่สุดในพระคัมภีร์ ดาวิดซึ่งเคยเป็นเด็กเลี้ยงแกะ เขียนว่าพระเจ้าเป็นผู้เลี้ยงของเขา และเขาเป็นแกะ ผู้เลี้ยงที่ดีทำให้แกะไม่ขาดอะไร พาไปหาน้ำ พาไปที่ปลอดภัย เดินไปด้วยกันแม้ในหุบเขาที่มืดและน่ากลัวที่สุด ตามติดแกะด้วยความดีและความรักไม่เลิก และสุดท้าย แกะได้อยู่ในบ้านของผู้เลี้ยงตลอดไป

สังเกตว่าแกะในบทนี้ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้หาหญ้าเอง ไม่ได้ปกป้องตัวเอง ไม่ได้หาทางกลับบ้านเอง ทุกอย่างเป็นงานของผู้เลี้ยง

สิ่งนี้ชี้ไปที่พระเยซูอย่างไร

  • กษัตริย์ที่ครองตลอดไป ประมาณหนึ่งพันปีหลังจากพระสัญญากับดาวิด ทูตสวรรค์มาหาหญิงสาวคนหนึ่งชื่อมารีย์ และบอกว่าเธอจะมีลูก ที่พระเจ้าจะให้บัลลังก์ของดาวิดบรรพบุรุษของเขา และเขาจะครองตลอดไป ไม่มีที่สิ้นสุด (ลูกา 1:32–33) ใช้คำเดียวกับ 2 ซามูเอล 7 เลย พระเยซูเกิดในสายของดาวิด ที่เบธเลเฮม เมืองของดาวิด และหลังจากพระองค์เป็นขึ้นจากตาย พระองค์ไม่ตายอีก กษัตริย์ที่ครองตลอดไปจึงเป็นไปได้ในพระองค์คนเดียว
  • คำร้องบนกางเขน ตอนบ่ายที่พระเยซูอยู่บนกางเขน พระองค์ร้องออกมาด้วยคำแรกของสดุดี 22 คือถามพระเจ้าว่าทำไมทอดทิ้งพระองค์ (มัทธิว 27:46) ไม่ใช่เพราะพระองค์หมดหวัง แต่เพราะพระองค์กำลังบอกทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นว่า บทเพลงนี้กำลังเกิดขึ้นจริงต่อหน้าพวกเขา และสดุดี 22 จบด้วยการสรรเสริญ พระเยซูรู้ตอนจบ
  • รายละเอียดที่ตรงกัน คนที่ยืนเยาะเย้ยและสั่นหัว (มัทธิว 27:39) มือและเท้าที่ถูกตอกด้วยตะปู ความกระหาย (ยอห์น 19:28) และทหารจับฉลากแบ่งเสื้อของพระองค์ (ยอห์น 19:23–24 ยอห์นเขียนด้วยว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเพื่อให้ตรงกับพระคัมภีร์) ทุกอย่างอยู่ในสดุดี 22 มาก่อนแล้วหนึ่งพันปี
  • ผู้เลี้ยงที่ดี พระเยซูบอกว่าพระองค์เป็นผู้เลี้ยงที่ดี และผู้เลี้ยงที่ดีสละชีวิตเพื่อแกะ (ยอห์น 10:11) ลองวางสดุดี 22 กับ 23 ไว้ข้างกัน ผู้เลี้ยงในบทที่ 23 ที่พาแกะผ่านหุบเขามืด คือคนเดียวกับที่เดินเข้าไปในความมืดของบทที่ 22 ด้วยตัวเอง เพื่อให้แกะไม่ต้องเข้าไป

คำที่ควรรู้ในบทนี้

คำว่า สดุดี คือชื่อหนังสือที่รวมบทเพลงและบทกวีที่ใช้ร้องถึงพระเจ้า มีร้อยห้าสิบบท หลายบทดาวิดเขียน ในสดุดีมีทั้งการสรรเสริญ การร้องไห้ การบ่น การสารภาพ และคำถามที่ตรงไปตรงมาต่อพระเจ้า พระเจ้าไม่ได้ห้ามคนของพระองค์ถามคำถามยาก ๆ

คำว่า พระคริสต์ ที่คุณจะเห็นต่อท้ายชื่อพระเยซู ไม่ใช่นามสกุล แต่เป็นตำแหน่ง แปลว่า ผู้ที่พระเจ้าเจิมไว้ คือกษัตริย์ที่พระเจ้าสัญญากับดาวิดนั่นเอง ภาษาฮีบรูเรียกว่า เมสสิยาห์ ทุกครั้งที่เห็นคำว่าพระคริสต์ ให้นึกถึง 2 ซามูเอล 7

คำว่า ผู้เลี้ยง หรือ ผู้เลี้ยงแกะ ในสมัยนั้นเป็นงานต่ำ สกปรก และอันตราย ไม่ใช่ตำแหน่งที่มีเกียรติ แต่พระเจ้าเลือกใช้ภาพนี้กับตัวเอง และพระเยซูก็ใช้กับตัวเอง นี่บอกว่าพระเจ้าไม่ได้มองว่าการลงมาดูแลเราแบบใกล้ชิดเป็นเรื่องต่ำต้อย

ใคร่ครวญ

  1. พระสัญญากับดาวิดไม่ขึ้นกับความดีของดาวิด แต่ขึ้นกับความสัตย์ซื่อของพระเจ้า คุณรู้สึกอย่างไรกับพระเจ้าที่รักษาสัญญาแม้คนทำผิด
  2. ดาวิดถามพระเจ้าตรง ๆ ว่าทำไมทอดทิ้งเขา คุณคิดว่าเราพูดกับพระเจ้าแบบนั้นได้ไหม คุณอยากพูดอะไรกับพระเจ้าที่ยังไม่เคยพูด
  3. ในสดุดี 23 แกะไม่ได้ทำอะไรเลย ทุกอย่างเป็นงานของผู้เลี้ยง ถ้าคุณเป็นแกะในบทนี้ ส่วนไหนของบทที่คุณอยากได้มากที่สุดตอนนี้

อธิษฐาน

“พระเจ้า พระองค์สัญญาและทำตามสัญญาเสมอ แม้ต้องรอเป็นพันปี ขอบคุณที่พระเยซูเดินเข้าไปในหุบเขาที่มืดที่สุดแทนฉัน ขอให้พระองค์เป็นผู้เลี้ยงของฉันด้วย อาเมน”