เดินกับพระเยซู · บทที่ 1
ภรรยาของโลท ตัวออกมาแล้ว แต่ใจยังอยู่ข้างหลัง

ฟังบทเรียนภาษาไทย
เสียงอ่านจะเริ่มเมื่อคุณกดเล่น
อ่านพระคัมภีร์ก่อน
อ่าน ปฐมกาล 18:16–33 แล้วอ่าน ปฐมกาล 19:1–29 ปิดท้ายด้วยคำของพระเยซูใน ลูกา 17:26–33
นี่คือบทแรกของชุด เดินกับพระเยซู บทเรียนชุดนี้ต่อจากเส้นทางแรก สำหรับคนที่ตอบรับพระเยซูแล้ว หรือกำลังจะตอบ และอยากรู้ว่าการเดินตามพระองค์ในชีวิตจริงเป็นอย่างไร เรื่องในบทนี้มีบางตอนที่อ่านแล้วหนักใจ ถ้าสะดุดตรงไหน ถามได้ในกล่องคำถามข้างล่าง
เกิดอะไรขึ้นในบทนี้
อับราฮัมอ้อนวอนเพื่อเมือง (ปฐมกาล 18:16 ถึง 33) จำอับราฮัมจากบทที่ 4 ได้ไหม พระเจ้าบอกอับราฮัมว่าเสียงร้องเรื่องความชั่วของเมืองโสโดมและโกโมราห์ดังมาถึงพระองค์ สองเมืองนี้อยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำจอร์แดนที่อุดมสมบูรณ์ และหลานชายของอับราฮัมชื่อโลทก็ไปอยู่ที่นั่น อับราฮัมไม่ได้ดีใจที่คนชั่วจะถูกลงโทษ เขาอ้อนวอนพระเจ้า ถามว่าถ้าในเมืองมีคนชอบธรรมห้าสิบคน พระองค์จะยังทำลายเมืองไหม แล้วขอลดลงมาเรื่อย ๆ สี่สิบห้า สี่สิบ สามสิบ ยี่สิบ จนถึงสิบคน และพระเจ้าตอบทุกครั้งว่าจะไม่ทำลาย เพราะเห็นแก่คนเหล่านั้น สังเกตว่าพระเจ้าไม่ได้รำคาญคำอ้อนวอนเลย พระองค์ไม่ได้อยากทำลาย แต่ในเมืองนั้นไม่มีคนชอบธรรมแม้แต่สิบคน
เมืองที่ลืมพระเจ้า (19:1 ถึง 11) ทูตสวรรค์สององค์มาถึงเมืองในรูปผู้ชายธรรมดา โลทชวนให้มาพักที่บ้าน คืนนั้นผู้ชายทั้งเมือง ทั้งคนแก่และคนหนุ่ม มาล้อมบ้าน และเรียกร้องให้ส่งแขกออกมาเพื่อข่มขืน คนทั้งเมืองพร้อมจะทำร้ายคนแปลกหน้าที่ไม่มีทางสู้ พระคัมภีร์ตอนอื่นเล่าความชั่วของเมืองนี้หลายด้าน ผู้เผยพระวจนะเอเสเคียลบอกว่าโสโดมหยิ่งยโส มีกินเหลือเฟือ อยู่สบายไม่เดือดร้อน แต่ไม่ยื่นมือช่วยคนยากจนและคนขัดสน และทำสิ่งที่น่ารังเกียจต่อหน้าพระเจ้า (เอเสเคียล 16:49–50) ยูดาเสริมว่าพวกเขาทำผิดทางเพศอย่างร้ายแรง (ยูดา 7) ไม่ใช่บาปเรื่องเดียว แต่เป็นทั้งเมืองที่เลิกสนใจพระเจ้า และเลิกสนใจคนอื่น
ข้อ 8 อ่านแล้วน่าตกใจมาก โลทเสนอลูกสาวของตัวเองให้ฝูงชนแทน พระคัมภีร์ไม่ได้ชมการกระทำนี้ แต่ให้เราเห็นว่าโลทเองก็ถูกเมืองนี้กลืนไปมากแค่ไหน คนที่อยู่ในความมืดนาน ๆ จะเริ่มมองไม่เห็นว่าอะไรถูกอะไรผิด
ความเมตตาที่จับมือ (19:12 ถึง 22) ทูตสวรรค์บอกโลทให้พาครอบครัวออกไป เพราะพระเจ้าจะทำลายเมือง โลทไปบอกชายที่จะแต่งงานกับลูกสาวของเขา แต่พวกนั้นคิดว่าโลทพูดเล่น พอใกล้รุ่ง ทูตสวรรค์เร่งให้รีบไป แต่โลทยังรีรอ ข้อ 16 บอกสิ่งที่สำคัญมาก ทูตสวรรค์จับมือโลท จับมือภรรยา และจับมือลูกสาวทั้งสองของเขา แล้วพาออกมานอกเมือง เพราะพระยาห์เวห์เมตตาเขา พวกเขาไม่ได้รอดเพราะกล้าหาญ หรือเพราะเชื่อฟังได้รวดเร็ว พวกเขารอดเพราะพระเจ้าจูงมือพาออกมา แล้วทูตสวรรค์สั่งว่า หนีเอาชีวิตรอด อย่าเหลียวหลัง และอย่าหยุดที่ไหนในที่ราบนั้น
อย่าเหลียวหลัง (19:23 ถึง 29) พอดวงอาทิตย์ขึ้น พระเจ้าให้กำมะถันและไฟตกลงมาบนเมืองทั้งสอง ทุกอย่างถูกทำลาย แต่ข้อ 26 บอกสั้น ๆ ว่าภรรยาของโลทเหลียวหลังมอง แล้วกลายเป็นเสาเกลือ
เธอไม่ได้แค่หันไปดูเพราะได้ยินเสียงดัง คำในภาษาฮีบรูที่ใช้ตรงนี้มักหมายถึงการมองอย่างตั้งใจ มองนาน ๆ ตัวของเธอกำลังเดินไปข้างหน้า ไปสู่ที่ปลอดภัย แต่ใจของเธอยังผูกอยู่กับเมืองนั้น บ้าน ข้าวของ ความสะดวกสบาย และชีวิตที่เคยมี เธอเสียชีวิตเพราะปล่อยให้ความอาลัยต่อโลกที่กำลังจะตายเพียงครู่เดียว มีน้ำหนักมากกว่าความไว้ใจในพระเจ้าผู้มีชีวิต ผู้ที่กำลังพาเธอไปสู่ที่ปลอดภัย
หลายคนมองภาพเสาเกลือแบบนี้ ในสมัยนั้นเกลือใช้ถนอมอาหารไม่ให้เน่า แต่แผ่นดินที่เต็มไปด้วยเกลือคือแผ่นดินที่ปลูกอะไรไม่ขึ้น ภรรยาของโลทจึงถูกเก็บไว้ในสภาพเดียวกับตอนที่ใจของเธอเลือกหันกลับไป กลายเป็นอนุสาวรีย์ของสิ่งที่เธอกำลังหนีออกมา
สิ่งนี้ชี้ไปที่พระเยซูอย่างไร
- พระเยซูเองบอกให้จำเธอไว้ ในลูกา 17 พระเยซูพูดถึงวันที่พระองค์จะกลับมา ว่าจะเหมือนสมัยของโลท คนกิน คนดื่ม ซื้อ ขาย ปลูก สร้าง ใช้ชีวิตไปตามปกติ แล้ววันนั้นก็มาถึงอย่างไม่ทันตั้งตัว แล้วพระองค์พูดประโยคที่สั้นที่สุดประโยคหนึ่งในพระคัมภีร์ คือให้จำภรรยาของโลทไว้ (ลูกา 17:32) และบอกต่อว่าใครพยายามเก็บชีวิตของตัวเองไว้จะเสียชีวิตนั้นไป แต่ใครยอมเสียชีวิตนั้นจะได้ชีวิตไว้ (ข้อ 33) เวลาไม่ได้อยู่ในมือเรา อย่างที่เราคุยกันในบทที่ 14
- คนชอบธรรมสิบคน กับคนชอบธรรมคนเดียว อับราฮัมขอให้เมืองรอดเพราะเห็นแก่คนชอบธรรมสิบคน แต่หาไม่ได้ พระคัมภีร์บอกว่าไม่มีใครชอบธรรมเลยสักคน (โรม 3:10) แล้วพระเจ้าก็ทำสิ่งที่อับราฮัมไม่กล้าขอ พระองค์ส่งคนชอบธรรมคนเดียว คือพระเยซู มาตายแทนคนไม่ชอบธรรม เพื่อพาเรามาถึงพระเจ้า (1 เปโตร 3:18) และวันนี้พระเยซูยังอ้อนวอนเพื่อเราอยู่ (ฮีบรู 7:25) เหมือนอับราฮัม แต่ยิ่งกว่านั้นมาก
- พระเจ้าจับมือก่อน โลทรีรอ แต่ทูตสวรรค์จับมือเขาพาออกมาเพราะความเมตตา นี่คือภาพของสิ่งที่พระเยซูทำ พระองค์มาตามหาและช่วยคนที่หลงหาย (ลูกา 19:10) และช่วยเราออกมาจากอำนาจของความมืด (โคโลสี 1:13) ความรอดเริ่มที่มือของพระองค์ ไม่ใช่ที่ความกล้าของเรา
- ใจที่แบ่งเป็นสองข้างเดินต่อไม่ได้ พระเยซูบอกว่าคนที่จับคันไถแล้วเหลียวหลัง ไม่เหมาะกับแผ่นดินของพระเจ้า (ลูกา 9:62) เปาโลบอกว่าเขาลืมสิ่งที่อยู่ข้างหลัง และมุ่งไปข้างหน้า (ฟีลิปปี 3:13–14) การตามพระเยซูไม่ใช่การเดินไปข้างหน้าด้วยเท้า แต่ใจยังอยู่ในโสโดม แต่คือการให้ทั้งใจมองไปที่พระองค์ (ฮีบรู 12:2)
- ปล่อยมือจากสิ่งที่กำลังจะตาย แล้วจับมือพระเจ้า คุณอาจคุ้นกับคำว่า ปล่อยวาง สิ่งที่พระคัมภีร์ขอไม่ใช่การปล่อยทุกอย่างจนใจว่างเปล่า แต่คือการปล่อยมือจากบาปและชีวิตเก่าที่กำลังจะตาย แล้วจับมือพระเจ้าผู้มีชีวิต ผู้ที่กำลังพาเราไปสู่ที่ปลอดภัย และการหันหลังให้ชีวิตเก่าไม่ได้แปลว่าต้องทิ้งครอบครัว หรือเลิกรักคนที่บ้าน โลทเองก็พยายามพาครอบครัวออกมาด้วย สิ่งที่ต้องทิ้งไว้ข้างหลังคือบาป ไม่ใช่คน
- ถ้ารู้ตัวว่าใจกำลังเหลียวหลัง อย่ายืนนิ่ง คนที่ตามพระเยซูยังมีวันที่คิดถึงชีวิตเก่า ยังมีสิ่งที่ล่อใจ นั่นไม่ได้แปลว่าคุณกลายเป็นเสาเกลือไปแล้ว แต่เป็นสัญญาณให้หันกลับมาหาพระองค์ทันที บอกพระองค์ตรง ๆ พระคัมภีร์สัญญาว่าถ้าเราสารภาพบาป พระองค์จะอภัยและชำระเราให้สะอาด (1 ยอห์น 1:9) อย่ารอจนใจที่เหลียวหลังกลายเป็นใจที่หยุดนิ่ง
คำที่ควรรู้ในบทนี้
คำว่า เสาเกลือ ในปฐมกาล 19:26 คือก้อนเกลือที่ตั้งอยู่เหมือนเสา แถบทะเลตายซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของโสโดม ทุกวันนี้ยังมีหินเกลือรูปร่างแปลก ๆ อยู่มาก และแผ่นดินแถวนั้นเค็มจนปลูกอะไรแทบไม่ขึ้น
คำว่า กำมะถัน ในข้อ 24 คือธาตุสีเหลืองที่ติดไฟง่ายและมีกลิ่นฉุน พระคัมภีร์ใช้ภาพไฟกับกำมะถันเป็นภาพของการพิพากษา
คำว่า การพิพากษา หมายถึงการที่พระเจ้าตัดสินความชั่วอย่างยุติธรรม ต่างจากกรรมที่ทำงานเองเหมือนกฎธรรมชาติ การพิพากษาในพระคัมภีร์มาจากพระเจ้าผู้เป็นบุคคล ผู้ยุติธรรมและเมตตาในเวลาเดียวกัน และพระองค์เปิดทางหนีให้ก่อนเสมอ ในเรื่องนี้ทางหนีคือมือของทูตสวรรค์ วันนี้ทางหนีคือพระเยซู
คำว่า คนชอบธรรม ที่ 2 เปโตร 2:7 ใช้เรียกโลท ไม่ได้แปลว่าโลทเป็นคนดีพร้อม เราเห็นแล้วว่าเขาบกพร่องมาก แต่หมายถึงคนที่พระเจ้านับว่าถูกต้องต่อหน้าพระองค์เพราะความเชื่อ ไม่ใช่เพราะผลงาน และข้อ 9 บอกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้ารู้วิธีช่วยคนของพระองค์ให้พ้นจากการทดลอง
ใคร่ครวญ
- ตัวของภรรยาโลทออกมาจากเมืองแล้ว แต่ใจยังอยู่ข้างหลัง มีอะไรในชีวิตเก่าของคุณที่ใจยังเหลียวกลับไปหาบ่อย ๆ ไหม
- ทูตสวรรค์จับมือโลทพาออกมา ในขณะที่เขายังรีรออยู่ คุณรู้สึกอย่างไรที่พระเจ้าไม่รอให้เรากล้าก่อนแล้วค่อยช่วย
- พระเยซูบอกให้จำภรรยาของโลทไว้ ในสัปดาห์นี้ การมองไปข้างหน้าที่พระเยซู แทนที่จะเหลียวหลัง จะเป็นอย่างไรในชีวิตจริงของคุณ
อธิษฐาน
“พระเจ้า ขอบคุณที่พระองค์ไม่รอให้ฉันกล้าก่อน แต่จับมือฉันพาออกมาด้วยความเมตตา ใจของฉันยังชอบเหลียวกลับไปหาสิ่งที่พระองค์ช่วยฉันออกมาแล้ว ขอให้ฉันปล่อยมือจากสิ่งเหล่านั้น และจับมือพระองค์ไว้ ขอให้ตาและใจของฉันมองไปที่พระเยซูข้างหน้าทุกวัน อาเมน”